บทความที่ 18 เทคนิคการสื่อสารที่ดีเพื่อความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย
                                                                                      น.พ.สมชัย ตั้งพร้อมพันธ์



          1. จำไว้ว่า การยิ้มคือเครื่องมือการเข้าสังคมที่ทรงพลังที่สุด

          2. รู้จักฟัง เป็นผู้ฟังที่ดี ผู้ที่ฟังจะเป็นผู้ควบคุมผลลัพธ์การสนทนา

          3. พูดคุยในสิ่งที่เป็นที่สนใจของคู่สนทนา ท่านจะพบความเป็นคนพิเศษของเขา

          4. ถามคำถามที่เรารู้คำตอบอยู่แล้ว เพื่อที่จะหยั่งความคิดของฝ่ายตรงข้ามได้

          5. มอบหมายงานให้ลูกน้องด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเขา

          6. จงขอร้องเสมอ อย่าออกคำสั่ง (ใช้ได้เฉพาะกับคนรับผิดชอบ)

          7. ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งพฤติกรรมและทัศนคติ

          8. พัฒนาความสามารถในการสอนงาน

          9. แสดงความนับถือต่อผู้อื่นเสมอ เช่น ตรงต่อเวลา

          10. ตอบจดหมายหรือโทรศัพท์ทันที

 ทักษะการสื่อสาร12ประการ สำหรับผู้นำ

      1. Apperance (การแต่งตัว บุคลิกภายนอก) เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้อื่น

      2. Posture (ภาษากาย ) การวางท่าทางขณะสนทนาต้องคำนึงถึงความเรียบร้อย ถือเป็นการให้เกียรติผู้อื่น

      3. Guestures (การเคลื่อนไหวขณะพูด ) ควรมีเป้าหมายเพื่อเน้นความสำคัญของเนื้อหา และจริงจัง

      4. Eye contact (การสบสายตา) เพื่อแสดงออกถึงความมั่นใจในคำพูดและถือเป็นการให้ความสำคัญ

      5. Facial Expression (การแสดงออกทางสีหน้า) ควรสอดคล้องกับเนื้อหาและบรรยากาศ ความจริงใจ จริงจัง

      6. Voice (น้ำเสียง) หนักเบาควรเน้นตามเนื้อหาที่ให้ความสำคัญ แต่ควรนุ่มนวลไว้ก่อนเสมอ

      7. Padding (การใช้น้ำเสียง อึม อ้า เอ้อ) เป็นการแสดงการยอมรับ เห็นด้วย หรือขัดจังหวะเพื่อชิงพูด

      8. Involvement (การตั้งใจฟังเรื่องราวคู่สนทนา ) ถือเป็นการให้เกียรติ ให้ความสำคัญต่อคู่สนทนา

      9. Handling Question (การตอบคำถาม) ต้องครอบคลุมเนื้อหาที่เขาอยากรู้และสิ่งที่เราอยากบอก

      10. Humor(อารมณ์ขัน) ควรแทรกเมื่อบรรยากาศสนทนาเริ่มเครียด ควรถูกเรื่อง ถูกจังหวะ

      11. Introducing others (การแนะนำตัวบุคคลอื่น) ถือเป็นการให้เกียรติทั้งผู้ถูกแนะนำ และผู้ที่เราแนะนำ
      ให้รู้จัก

      12. Visual Aids (การใช้อุปกรณ์เสริม) เช่นเรื่องที่ซับซ้อน เข้าใจอยาก ควรมี Diagram แผ่นภาพ Slide
       เป็นต้น

  การต่อรอง (Negotiation)

         คือการเจรจาให้ได้ประโยชน์สูงสุดหรือสูญเสียน้อยที่สุดทั้งสองฝ่าย การเจรจาต่อรองจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย
     ความสามารถ ของนักบริหารธุรกิจ จำเป็นอย่างยิ่งต้องเข้าใจในกระบวนการ คู่ต่อรอง จิตวิทยาเป็นอย่างมาก
    จึงจะสามารถนำมาซึ่งความ สำเร็จของการต่อรอง

     ขั้นตอนในการต่อรอง

         1. ขั้นเตรียมการ

         สิ่งที่สำคัญคือ “ข้อมูล”ทั้งสองฝ่าย คือ รู้เขา รู้เรา ได้แก่

       การหาข้อมูลของคู่เจรจาต่อรอง (อ่านใจ เดาใจ พฤติกรรม) เป็นคนประเภทไหนจุดแข็ง จุดอ่อนเป็นอย่างไร
           อะไรมีอิทธิพลต่อเขา เขาต้องการอะไรแน่

       การรวบรวมข่าวสาร ได้แก่ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เป็นจุดที่คู่เจรจาจะนำมาต่อรอง

       จุดอ่อนของเราคืออะไร

       การวางแผนรับล่วงหน้า กำหนดจุดสูงสุด ต่ำสุดที่เรารับได้

         2. ขั้นประเมิน
                ประเมินผล ติดตามผลของเจรจาต่อรอง ซึ่งบางครั้งอาจยังไม่จบ และต้องเริ่มวงจรใหม่ แต่ส่วนมากมัก
        จะเบาลงไปบ้าง ลักษณะในการเจรจาต่อรองที่ดี

         “ต้องเก็บความลับของเราให้ดี” จงต่อรองโดยอย่าเปิดเผยอะไรออกไปเป็นดีที่สุด การฟังก่อนย่อมได้
         เปรียบกว่าเอา แต่พูดให้เขาจับจุดอ่อนของเรา ความลับได้แก่ ความกลัว จุดอ่อน แรงกดดัน ความต้องการ
         ความสงสัย จุดต่ำสุดที่เรา ให้ได้

         คนเจรจาต่อรองต้องน่าเชื่อถือ มีอำนาจในการเจรจา

        ต้องแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา

         ต้องมีความอดทน อดกลั้นสูง ไม่ใช่เอาแต่พูด หรือ ตอบโต้คารม แกล้งโง่เป็นในบางครั้ง